วันที่โพส :  7 / 8 / 2026

วันที่อัปเดต : 11 / 8 / 2026

ในยุคสมัยที่การทำงานมีการใช้ระบบออนไลน์ สามารถทำงานที่ไหนก็ได้ และบรรยากาศในการทำงานที่ไม่เคร่งเครียดเกินไปก็ส่งผลทำให้งานออกมามีประสิทธิภาพมากขึ้น Co-working Space คงเป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์ในข้อนี้เป็นอย่างดี

สำหรับการทำงานในพื้นที่ของ Co-working Space ฟังก์ชันที่เกิดขึ้นในพื้นที่จะเป็นตัวกำหนดเลยว่า พื้นที่การทำงานนี้เป็นพื้นที่การทำงานที่ดีหรือไม่ นอกจากฟังก์ชันที่ต้องรองรับกับการทำงานในหลายรูปแบบ เช่น การทำงานคนเดียว การทำงานแบบกลุ่ม หรือการทำงานในรูปแบบระบบบริษัทขนาดเล็กแล้ว ฟังก์ชันอื่นๆที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย

ในบทความนี้ Office Hub จะมานำเสนอ Co-working Space คืออะไร ? พร้อม 10 ฟังก์ชันสำคัญ เพื่ออธิบายแนวคิดและรูปแบบการใช้งานของ Co-working Space ให้เข้าใจง่ายที่สุด

สารบัญ

Co-working Space คืออะไร ?

Co-working Space หมายถึง คือพื้นที่ทำงานส่วนกลางที่เปิดให้บุคคลหรือองค์กรหลายแห่งใช้งานร่วมกัน โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น อินเทอร์เน็ต ห้องประชุม และพื้นที่ส่วนกลาง เหมาะสำหรับฟรีแลนซ์ Startup และธุรกิจที่ต้องการความยืดหยุ่นในการเช่าพื้นที่ทำงาน ไม่ต้องอิงระบบเหมือนกับออฟฟิศปกติ Co-working Space จึงเป็นที่นิยมสำหรับ ผู้ใช้บริการหรือองค์กรที่ยังไม่ได้เช่าออฟฟิศถาวรและผู้คนที่ต้องการทำงานแบบยืดหยุ่น

Co-working Space ต่างจากออฟฟิศปกติอย่างไร ?

ข้อแตกต่างของ ออฟฟิศปกติ กับ Co-working Space นั้นจะถูกจำแนกจากรูปแบบการใช้งานภายในพื้นที่โดยจะมีข้อแตกต่างกันดังนี้

Co-working space
Co-working Space
  • เป็นพื้นที่เปิด และมีพื้นที่ส่วนตัวบางจุด
  • เป็นพื้นที่ใช้บริการระยะสั้น
  • บรรยากาศในการทำงานเอื้อต่อ
    การทำงานแบบยืดหยุ่น
  • การพบปะผู้คนนอกองค์กรมาก
  • เวลาเปิดปิดแล้วแต่การให้บริการ
ออฟฟิศ
Office
  • เป็นพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละองค์กร

  • เป็นพื้นที่สำหรับใช้ทำงานระยะยาว

  • บรรยากาศในการทำงานเอื้อต่อ
    การทำงานอย่างเป็นระบบ

  • การพบปะผู้คนนอกองค์กรน้อย

  • มีเวลาเปิดปิดที่กำหนดไว้แล้ว

Co-working Space มีข้อดีอย่างไร ?

สำหรับการทำงานในยุคใหม่ Co-working Space จึงมีข้อดี [1] เพื่อตอบสนองกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปสรุปได้ทั้งหมด 5 ข้อดังนี้

  • ประหยัดค่าใช้จ่าย
  • พร้อมเข้าใช้งานได้ทันที
  • มีความยืดหยุ่นสูง
  • สร้างโอกาศในการสร้าง Networking
  • บรรยากาศช่วยกระตุ้นการทำงาน

10 ฟังก์ชันพื้นฐานของ Co-Working Space

Co-working Space เป็นพื้นที่ที่ต้องรองรับการใช้งานของพนักงานออฟฟิศที่ต่างกันออกไปจึงจำเป็นที่จะต้องจัดสรรพื้นที่ให้ครอบคลุมการใช้งานมากที่สุดโดยจะสามารถแยกออกเป็น 10 ฟังก์ชัน ดังนี้

1. พื้นที่ทำงานส่วนกลาง (Open Workspace / Hot Desk)

พื้นที่ทำงานแบบเปิดที่ผู้ใช้งานสามารถเลือกที่นั่งได้อย่างอิสระ เหมาะสำหรับการทำงานทั่วไปและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันภายในทีม มักมีหลายรูปแบบเช่น โต๊ะทำงานแบบปกติ โต๊ะทำงานแบบยืน โต๊ะทำงานแบบเดี่ยว โต๊ะทำงานแบบกลุ่ม

ภาพพื้นที่ส่วนกลาง

2. ห้องประชุม (Meeting Room)

เป็นพื้นที่ส่วนตัวสำหรับการประชุมภายในองค์กร มักมีหลายขนาดโดยสามารถเลือกเข้าใช้บริการได้ตามจำนวนคนที่เข้าประชุมในแต่ละครั้ง ซึ่งในพื้นที่ของ Co-working Space จะมีจำนวนของห้องประชุมแตกต่างกันออกไป จากประสบการณ์ของทีมออกแบบภายใน ABC Office Interior สัดส่วนห้องประชุมอาจกำหนดไว้ไม่เกินประมาณ 25% ของพื้นที่ทั้งหมดในบางโครงการ ทั้งนี้ต้องปรับตามจำนวนผู้ใช้ รูปแบบการประชุม และข้อมูลการใช้งานจริง

ภาพพื้นที่ห้องประชุม

3. Phone Booth

เป็นพื้นที่ที่มีรูปแบบการใช้งานคล้ายห้องประชุม แต่เป็นพื้นที่ขนาดเล็กรองรับจำนวนคนได้ไม่มากและเหมาะกับการเป็นพื้นที่ส่วนตัวสำหรับการประชุมในระยะไกลโดยที่ไม่ต้องทำงานภายในนั้นเป็นระยะเวลานาน เพราะเป็นห้องที่สามารถช่วยลดเสียงรบกวนไม่ให้เข้าไปถึงภายในและสามารถดูดซับเสียงไม่ให้ออกไปภายนอกได้ หากคุณต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วิธีการเลือก Phone Booth สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ รวม 5 เทคนิคเลือก Phone Booth อย่างไรให้คุ้มที่สุด

ระบบไฟฟ้า

4. ตู้ล็อกเกอร์

ตู้ล็อกเกอร์ใน Co-working Space ควรติดตั้งในจุดที่เข้าถึงง่าย แต่ไม่กีดขวางทางเดิน เช่น บริเวณใกล้ทางเข้า เคาน์เตอร์ต้อนรับ หรือพื้นที่เปลี่ยนผ่านก่อนเข้าสู่โซนทำงาน ระบบล็อกสามารถเลือกใช้ได้ทั้งกุญแจ คีย์การ์ด รหัสตัวเลข หรือระบบดิจิทัล โดยควรคำนึงถึงความปลอดภัย ขนาดช่องเก็บของ จำนวนผู้ใช้งาน และการระบายอากาศภายในตู้

ล็อกเกอร์ ล็อกเกอร์

5. จุดชาร์จอุปกรณ์และปลั๊กไฟ

มีปลั๊กไฟและพอร์ต USB ให้บริการอย่างเพียงพอ เพื่อรองรับการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ตลอดทั้งวัน ใน Co-working Space บางแห่งก็จะกระจายอยู่ตามจุดต่างๆเพื่อไม่ให้ผู้ใช้บริการกระจุกอยู่จุดเดียว โดยคำแนะนำจากทีมอินทีเรียของ ABC Office interior แนะนำว่าควรมี 1 ปลั๊กต่อ 1 ที่นั่งและเพื่อความถูกต้องควรปรึกษาวิศวกรรมไฟฟ้า

ภาพจุดให้บริการ USB และปลั๊ก ภาพจุดให้บริการ USB และปลั๊ก ล็อกเกอร์ ภาพจุดให้บริการ USB และปลั๊ก

6. พื้นที่พักผ่อน (Lounge Area)

มุมพักผ่อนสำหรับผ่อนคลาย พูดคุย หรือเปลี่ยนบรรยากาศระหว่างการทำงาน ส่วนมากที่นั่งมักอยู่ในรูปแบบของโซฟาเพื่อให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย ใน Co-working Space บางแห่งจะตั้งฟังก์ชันนี้ไว้ใกล้กับ ห้องน้ำ หรือ จุดบริการขนมและเครื่องดื่ม

ภาพพื้นที่พักผ่อน

7. จุดบริการขนมและเครื่องดื่ม

มีบริการกาแฟ ชา น้ำดื่ม หรือของว่าง เพื่อเพิ่มความสะดวกและช่วยลดความเครียดให้ผู้ใช้งานในพื้นที่นี้มักถูกจัดวางอยู่ในบริเวณเดินมาจากพื้นที่ทำงานหรือพื้นที่พักผ่อนได้สะดวก โดยมักจะเป็นเคาน์เตอร์บิวท์อินเพื่อให้ทำความสะอาดได้ง่าย

ภาพจุดให้บริการเครื่องดื่ม

8. เครื่องพิมพ์และอุปกรณ์สำนักงาน

จะขาดพื้นที่นี้ไปไม่ได้เพราะเป็นพื้นที่บริการเครื่องพิมพ์ เครื่องถ่ายเอกสาร และสแกนเนอร์ สำหรับงานเอกสารที่จำเป็น สำหรับเจ้าของธุรกิจ Co-working Space พื้นที่นี้ก็สามารถเป็นช่องทางสร้างรายได้อีกทาง และต้องมีจำนวนที่เพียงพอต่อการใช้งานของผู้เข้าใช้บริการ

ภาพจุดบริการเครื่องพิมพ์

9. เคาน์เตอร์ต้อนรับ

เป็นจุดที่ผู้เข้าใช้บริการจะต้องผ่านเข้ามาเป็นพื้นที่แรก โดยนอกจากจะเป็นพื้นที่ที่ใช้สำหรับต้อนรับแล้วยังมีการใช้งานในเรื่องของการรักษาความปลอดภัย เช่น ระบบเข้า–ออกด้วยคีย์การ์ด กล้องวงจรปิด และล็อกเกอร์เก็บของ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้งาน

ภาพเคาน์เตอร์ต้อนรับ

10. พื้นที่จัดกิจกรรม (Event Space)

ใน Co-Working Space หลายแห่งพื้นที่ตรงนี้มักจะถูกจัดไว้ในรูปแบบของเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว เพื่อสามารถให้พื้นที่ปรับเปลี่ยนไปตามการจัดพื้นที่สำหรับกิจกรรมทั้งการสัมมนา เวิร์กช็อป หรือกิจกรรม Networking เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ

ภาพพื้นที่จัดกิจกรรม

โดยจากฟังก์ชันทั้งหมดแล้ว พื้นที่ส่วนกลางจะนับเป็น 30-40% ของพื้นที่ทั้งหมด [2] (สามารถใช้ได้กับหลายฟังก์ชันเช่น Lounge, Community area หรือ Pantry ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดเดิมของพื้นที่ด้วย)

สรุปฟังก์ชันทั้งหมดใน Co-working Space

10 ฟังก์ชันที่ควรมีใน Co-Working Space
Co-working Space
  • พื้นที่ทำงานส่วนกลาง
  • ห้องประชุม
  • Phone Booth
  • ตู้ล๊อกเกอร์
  • จุดชาร์จอุปกรณ์และปลั๊กไฟ
  • พื้นที่พักผ่อน
  • จุดบริการขนมและเครื่องดื่ม
  • เครื่องพิมพ์และอุปกรณ์สำนักงาน
  • เคาน์เตอร์ต้อนรับ
  • พื้นที่จัดกิจกรรม

5 ปัญหาที่อาจพบใน Co-working Space

แน่นอนว่าพื้นที่ที่รองรับการใช้งานของคนในจำนวนมากย่อมต้องมีปัญหาที่ตามมา โดยจะสรุปเป็น 5 ปัญหาที่อาจพบได้ใน Co-working Space [3]

1. ความเป็นส่วนตัวน้อย

การทำงานในพื้นที่เปิดอาจไม่เหมาะกับงานที่ต้องรักษาความลับหรือมีข้อมูลสำคัญ

2. อาจมีเสียงรบกวน

แม้ว่าหลายแห่งจะมี Phone Booth หรือห้องประชุม แต่พื้นที่ส่วนกลางอาจมีเสียงจากผู้ใช้งานคนอื่น

3. พื้นที่ใช้งานจำกัด

ผู้ใช้งานไม่สามารถตกแต่งหรือปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำงานได้มากนัก เมื่อเทียบกับสำนักงานส่วนตัว

4. ค่าใช้จ่ายระยะยาวอาจสูงกว่า

หากมีพนักงานจำนวนมากหรือใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน การเช่า Co-working Space อาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการเช่าสำนักงานแบบถาวร

5. ต้องแบ่งปันสิ่งอำนวยความสะดวก

ห้องประชุม พื้นที่ส่วนกลาง หรือที่นั่งบางประเภทอาจต้องจองล่วงหน้า และอาจไม่พร้อมใช้งานในช่วงเวลาที่มีผู้ใช้จำนวนมาก

FAQ : คำถามที่พบบ่อย  

Co-working Space สามารถใช้บริการได้กี่ชั่วโมงต่อวัน

Co-working Space บางแห่งสามารถทำงานได้สูงสุดถึง 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับการให้บริการของพื้นที่ด้วย

ควรทดลองใช้อย่างน้อยหนึ่งวันทำงาน และควรเลือกวันที่มีผู้ใช้งานตามปกติ ระหว่างทดลองให้ตรวจสอบเสียงรบกวน ความเสถียรของอินเทอร์เน็ต ความสะอาด จำนวนปลั๊กไฟ ความพร้อมของห้องประชุม การเดินทาง และประสบการณ์ติดต่อเจ้าหน้าที่

ไม่ควรพิจารณาจากจำนวนห้องเพียงอย่างเดียว แต่ต้องตรวจสอบความจุ ระบบจอง ระยะเวลาที่จองได้ และจำนวนชั่วโมงที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ ควรทดลองดูตารางจองในช่วงเวลาที่ต้องการใช้งานจริง หากห้องเต็มบ่อย อาจเกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือกระทบต่อการประชุมกับลูกค้าได้

สรุป

ฟังก์ชันของ Co-working Space คือการจัดเตรียม พื้นที่ทำงานและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เพื่อรองรับการทำงานในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานคนเดียว การทำงานเป็นทีม หรือการประชุมกับลูกค้า โดยทั่วไปจะประกอบด้วยพื้นที่ทำงานส่วนกลาง ห้องประชุม Phone Booth พื้นที่พักผ่อน Pantry จุดชาร์จอุปกรณ์  และอุปกรณ์สำนักงาน

ด้วยฟังก์ชันที่หลากหลายเหล่านี้ Co-working Space จึงช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานได้อย่างสะดวก มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์รูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นในยุคปัจจุบัน โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างสำนักงานของตนเอง

ถ้าหากคุณต้องการหาข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกสไตล์สำหรับออกแบบ Co-working Space ให้เหมาะสมกับพื้นที่สามารถติดตามต่อได้ทาง Co-working Space สไตล์ไหนเหมาะ ? สไตล์ไหนดี ?

Author

Team marketing ABC Office interior

ABC Office Interior 
แหล่งอ้างอิง

[1] True VWORLD , 1 กุมภาพันธุ์ 2023 ,7 ข้อดีของการทำงานที่ co-working space สำหรับ Remote Workers ,https://truevirtualworld.com/th/article/co-working-space, สืบค้นเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569

[2] Modernform, ออกแบบออฟฟิศยุคใหม่ สำหรับ Co-working Space ควรมีขนาดเท่าไหร่? ,https://www.modernform.co.th/editorial/tips-and-tricks/coworking-space-design-size-guide,สืบค้นเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2569

[3] Natnicha.P , Co-Working Space คืออะไร? มีอะไรบ้าง เหมาะกับใคร มาดูกัน! , OFM Blog , https://www.ofm.co.th/blog/what-is-co-working-space/ , สืบค้นเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569

 

ผู้ตรวจสอบ : คำแนะนำจากประสบการณ์ด้านการออกแบบพื้นที่สำนักงาน ตรวจสอบโดยทีมออกแบบภายใน (Interior Designer) จาก ABC Office Interior เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2569

Office Hub Author Box
  • บทความของ Office HUB ถูกเขียนขึ้นโดย ทีม Marketing จากบริษัท ABC Office Interior ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการมามากกว่า 10 ปี มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบตกแต่งภายใน และมีประสบการณ์มากมายในโครงการออกแบบภายใน และ รีโนเวท ออฟฟิศแบบครบวงจร ในรูปแบบต่างๆตามความต้องการของผู้ใช้งาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *