สำหรับ Co-working Space พื้นที่การทำงานแห่งความยืดหยุ่นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญที่ใช้สำหรับการทำงานของพนักงานอย่าง Hot desk ไม่ได้เลย เพราะเป็นโต๊ะที่เอื้อก็การทำงานอย่างยืดหยุ่นที่สุด
ในปัจจุบันเทรนการทำงานอย่างยืดหยุ่นกำลังเป็นที่นิยมนอกจากการบริหารพื้นที่ทำงานแล้ว การเลือก Hot Desk ให้มีคุณภาพไม่ควรพิจารณาเพียงรูปลักษณ์หรือจำนวนโต๊ะที่วางได้ แต่ต้องคำนึงถึงลักษณะงาน ความสะดวกในการปรับใช้งาน อุปกรณ์ที่จำเป็น ตำแหน่งของโต๊ะ และระบบบริหารพื้นที่ เพื่อให้เกิดประโยชน์และความสะดวกสบายของผู้ใช้งานมากที่สุด
ในบทความนี้ Office Hub จะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจปัจจัยสำคัญก่อนเลือกโต๊ะทำงานส่วนกลางอย่าง Hot Desk เพื่อให้สามารถนำไปใช้งานได้จริงในระยะยาวอย่างมีคุณภาพ
การไม่มีที่นั่งประจำช่วยให้ผู้ใช้งานเลือกนั่งใกล้ทีมที่ต้องประสานงานในวันนั้นได้ แต่ควรมีระบบจองหรือกำหนดโซนสำหรับแต่ละทีมให้ชัดเจน
Hot Desk คืออะไร ?
Hot Desk คือโต๊ะทำงานส่วนกลางที่ไม่มีผู้ใช้งานประจำ ผู้ใช้สามารถเลือกนั่งโต๊ะที่ว่างหรือจองโต๊ะล่วงหน้าตามวัน เวลา และลักษณะงาน โดยนำอุปกรณ์ส่วนตัว เช่น แล็ปท็อป มาเชื่อมต่อกับปลั๊กไฟ อินเทอร์เน็ต หรือจอภาพที่จัดเตรียมไว้ แล้วเก็บของออกเมื่อใช้งานเสร็จ เพื่อให้ผู้ใช้คนอื่นสามารถใช้โต๊ะต่อได้Hot Desk มักพบในสำนักงานแบบ Hybrid Working, Flexible Office และ Co-working Space ซึ่งมีผู้ใช้งานสลับวันหรือหมุนเวียนกันเข้าพื้นที่ [1]
Hot Desk แตกต่างจากโต๊ะทำงานทั่วไปอย่างไร
โต๊ะทำงานทั่วไปมักมีเจ้าของประจำ ผู้ใช้งานจึงสามารถจัดอุปกรณ์ เอกสาร และระดับเก้าอี้ตามความต้องการของตนเองได้ ในทางตรงกันข้าม Hot Desk ต้องรองรับผู้ใช้งานหลายคนที่มีรูปร่าง ลักษณะงาน และอุปกรณ์แตกต่างกันความแตกต่างนี้ทำให้ Hot Desk ต้องมีความยืดหยุ่นมากกว่าโต๊ะประจำ ตัวอย่างเช่น เก้าอี้ควรปรับระดับได้ง่าย จุดเชื่อมต่ออุปกรณ์ต้องเข้าถึงสะดวก และพื้นที่บนโต๊ะควรเพียงพอสำหรับอุปกรณ์พื้นฐาน โดยไม่บังคับให้ทุกคนนั่งทำงานในรูปแบบเดียวกัน
HOT DESK
Office Desk
ก่อนเลือก Hot Desk ต้องสำรวจอะไรบ้าง
สำหรับการเตรียมความพร้อมก่อนจะเลือก Hot desk ในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้รับ Hot desk ที่เหมาะกับรูปแบบการทำงานในแต่ละองค์กรที่มีการใช้งานแตกต่างกัน ควรคำนึงถึงปัจจัยดังต่อไปนี้
ข้อดีของ Hot Desk
Hot Desk ไม่ได้มีข้อดีเพียงช่วยลดจำนวนโต๊ะประจำ แต่ยังเพิ่มความยืดหยุ่นในการเลือกพื้นที่ทำงานให้เหมาะกับกิจกรรมของแต่ละวัน จึงมีข้อดีเด่นๆ 3 ข้อ ดังนี้
1. ช่วยใช้พื้นที่สำนักงานอย่างคุ้มค่า
เหมาะกับสำนักงานแบบ Hybrid Working ซึ่งพนักงานไม่ได้เข้าออฟฟิศพร้อมกันทุกวัน จึงลดการมีโต๊ะว่างโดยไม่จำเป็น
2. เพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน
ผู้ใช้งานสามารถเลือกโต๊ะและโซนให้เหมาะกับกิจกรรม เช่น Quiet Zone สำหรับงานที่ต้องใช้สมาธิ หรือ Collaboration Zone สำหรับการทำงานร่วมกัน
3. รองรับการเปลี่ยนแปลงขององค์กร
สามารถปรับจำนวนหรือรูปแบบโต๊ะได้ง่ายกว่าการกำหนดโต๊ะประจำให้พนักงานทุกคน โดยเฉพาะเมื่อจำนวนบุคลากรหรือรูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป
7 เทคนิคการเลือก Hot Desk ให้มีคุณภาพ
Co-working Space เป็นพื้นที่ที่ต้องรองรับการใช้งานของพนักงานออฟฟิศที่ต่างกันออกไปจึงจำเป็นที่จะต้องจัดสรรพื้นที่ให้ครอบคลุมการใช้งานมากที่สุดโดยจะสามารถแยกออกเป็น 7 ฟังก์ชัน ดังนี้
1. เลือกขนาดโต๊ะให้เหมาะกับอุปกรณ์
หน้าโต๊ะต้องมีพื้นที่เพียงพอสำหรับอุปกรณ์ที่จำเป็น โดยผู้ใช้งานควรวางจอภาพ แป้นพิมพ์ เมาส์ และเอกสารได้โดยไม่รู้สึกคับแคบ ขณะเดียวกันไม่ควรเลือกโต๊ะขนาดใหญ่เกินความจำเป็นจนใช้พื้นที่ส่วนกลางมากเกินไป
2. เลือกโต๊ะที่สามารถปรับได้ง่ายเพื่อรองรับการใช้งาน
เนื่องจาก Hot Desk มีผู้ใช้งานหมุนเวียน อุปกรณ์จึงควรปรับได้ง่ายและไม่ต้องใช้เวลาตั้งค่านาน Hot Desk ไม่จำเป็นต้องเป็นโต๊ะปรับระดับทุกตำแหน่ง แต่ควรมีทางเลือกให้ผู้ใช้งานที่มีรูปร่างและความต้องการแตกต่างกัน โต๊ะปรับระดับเหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการรองรับการสลับระหว่างท่านั่งและยืน หรือมีผู้ใช้งานหลายกลุ่มหมุนเวียนกันตลอดวัน
3. เตรียมระบบไฟฟ้าและการเชื่อมต่อให้พร้อม
4. ตรวจสอบพื้นที่ใต้โต๊ะ
เพราะ Hot Desk เป็นโต๊ะที่ไม่มีเจ้าของนั่งประจำพื้นที่ใต้โต๊ะควรโล่งและเพียงพอให้ผู้ใช้งานขยับขาหรือเปลี่ยนท่านั่งได้ ไม่ควรมีตู้ ลิ้นชัก กล่องไฟ หรือโครงสร้างโต๊ะกีดขวางตำแหน่งหัวเข่าและเท้า
5. เลือกวัสดุที่ทนทานและทำความสะอาดง่าย
เนื่องจาก Hot Desk ถูกใช้งานโดยคนหลายคน พื้นผิวโต๊ะจึงควรทนต่อการใช้งานประจำวัน เช็ดทำความสะอาดง่าย และไม่มีร่องหรือรอยต่อที่สะสมฝุ่น ขอบโต๊ะควรเรียบ ไม่มีมุมคมหรือส่วนที่กดบริเวณข้อมือขณะใช้งานพื้นผิวที่มันวาวมากอาจเห็นรอยนิ้วมือและเกิดแสงสะท้อนรบกวนสายตาได้ง่าย ส่วนวัสดุที่มีลวดลายมากเกินไปอาจทำให้มองหาอุปกรณ์ชิ้นเล็กได้ยาก จึงควรเลือกสีและพื้นผิวที่สร้างสมดุลระหว่างความสวยงามกับการดูแลรักษา
6. เลือกตามความแข็งแรงของโต๊ะ
ความแข็งแรงเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือก Hot Desk เพราะโต๊ะประเภทนี้มีผู้ใช้งานหมุนเวียนตลอดวัน อาจรองรับการใช้งานของคนหลายคนและอุปกรณ์หลายชนิด เช่น จอคอมพิวเตอร์ แล็ปท็อป แขนจับจอ และอุปกรณ์เชื่อมต่อต่าง ๆ โครงสร้างจึงควรมั่นคง ไม่โยกหรือสั่นง่าย และรองรับการใช้งานต่อเนื่องได้อย่างเหมาะสม
7. เลือกสีของโต๊ะให้เข้ากับการออกแบบภายใน
สีของ Hot Desk ควรเลือกให้สัมพันธ์กับสไตล์ วัสดุ และบรรยากาศโดยรวมของพื้นที่ เพราะโต๊ะมักเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีจำนวนมากและกินพื้นที่ทางสายตาค่อนข้างสูง หากเลือกสีที่ไม่เข้ากับองค์ประกอบรอบข้าง อาจทำให้พื้นที่ดูไม่ต่อเนื่องหรือแน่นเกินไปได้ จึงสำคัญสำหรับการทำให้บรรยากาศการทำงานให้ไม่ดูแออัดและดูโปร่งขึ้น
สรุปเทคนิคการเลือก Hot Desk ให้มีคุณภาพ
7 เทคนิคเลือก Hot Desk
รูปแบบการทำงานที่เหมาะกับ HOT DESK
Hot Desk ขึ้นชื่อในเรื่องของการรัองรองการทำงานแบบยืดหยุ่นไม่กำหนดว่าเป็นที่ประจำ และนี่คือตัวอย่างเบื้อยงต้นของรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นเหมาะกับ Hot Desk ดัวนั้
1. งานโครงการระยะสั้น
เหมาะกับทีมชั่วคราว พนักงานสัญญาจ้าง ที่ปรึกษา หรือผู้ที่เข้ามาทำงานร่วมกับองค์กรเป็นบางช่วง โดยไม่จำเป็นต้องจัดโต๊ะประจำเพิ่ม
2. งานที่ต้องเดินทางหรือออกนอกสถานที่บ่อย
เช่น ฝ่ายขาย วิศวกรโครงการ หรือผู้บริหารที่เข้าออฟฟิศไม่สม่ำเสมอ ผู้ใช้งานสามารถเลือกโต๊ะว่างเมื่อกลับเข้ามาทำงานได้
3. งานที่ต้องติดต่อกับหลายทีม
การไม่มีที่นั่งประจำช่วยให้ผู้ใช้งานเลือกนั่งใกล้ทีมที่ต้องประสานงานในวันนั้นได้ แต่ควรมีระบบจองหรือกำหนดโซนสำหรับแต่ละทีมให้ชัดเจน
4. Hybrid Working
เหมาะกับพนักงานที่สลับระหว่างการทำงานที่บ้านและการเข้าออฟฟิศ ทำให้ไม่จำเป็นต้องจัดโต๊ะประจำให้ทุกคนในเวลาเดียวกัน
FAQ : คำถามที่พบบ่อย




