ในสำนักงานที่รองรับการทำงานแบบยืดหยุ่น Hot Desk ไม่ได้เป็นเพียงโต๊ะที่ไม่มีผู้ใช้งานประจำเท่านั้น แต่ยังต้องมีฟังก์ชัน Hot Desk ที่ช่วยให้พนักงานสามารถเลือกที่นั่ง เชื่อมต่ออุปกรณ์ และเริ่มทำงานได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็นปลั๊กไฟ ช่อง USB ระบบจัดการสายไฟ แผงกั้น หรือระบบจองโต๊ะ
ขนาดของ Hot Desk ก็มีผลต่อประสบการณ์ใช้งานเช่นกัน โต๊ะที่เล็กเกินไปอาจไม่เพียงพอสำหรับจอคอมพิวเตอร์และเอกสาร ขณะที่โต๊ะขนาดใหญ่เกินความจำเป็นอาจใช้พื้นที่สำนักงานมากเกินไป การเลือกขนาดจึงควรพิจารณาจากอุปกรณ์ ระยะเวลาใช้งาน ลักษณะงาน และจำนวนผู้ใช้งานในแต่ละวันร่วมกัน
บทความนี้ Office Hub จะพาไปรู้จักฟังก์ชันสำคัญและขนาดของ Hot Desk ตั้งแต่โต๊ะขนาดเล็กสำหรับงานระยะสั้น ไปจนถึงโต๊ะขนาดใหญ่สำหรับงานที่ใช้อุปกรณ์หลายชิ้น พร้อมแนวทางพิจารณาว่าแต่ละรูปแบบเหมาะกับการทำงานประเภทใด เพื่อช่วยให้เลือกโต๊ะและจัดสรรพื้นที่สำนักงานได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น
ฟังก์ชันของ Hot Desk มีผลต่อประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่สำนักงานอย่างไร?
ฟังก์ชัน Hot Desk ช่วยให้พนักงานสามารถเลือกที่นั่ง เชื่อมต่ออุปกรณ์ และเริ่มทำงานได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องมีโต๊ะประจำสำหรับทุกคน ฟังก์ชันอย่างปลั๊กไฟ ช่อง USB ระบบจัดเก็บสายไฟ แผงกั้น และระบบจองโต๊ะ ยังช่วยลดความยุ่งยากในการใช้งานร่วมกันและทำให้พื้นที่มีความเป็นระเบียบมากขึ้น โดยจะเพิ่มประสิทธิภาพดังนี้ [1]
✔️ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่
✔️ เพิ่มความรวดเร็วในการเริ่มทำงาน
✔️ เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดพื้นที่
✔️ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกัน
✔️ เพิ่มสมาธิในการทำงาน
✔️ เพิ่มความเป็นระเบียบของพื้นที่
5 ฟังก์ชันของ Hot Desk มีอะไรบ้าง?
รูปแบบการใช้งานของ Hot desk สำหรับการทำงานใน ออฟฟิศ หรือ Co-working Space นั้นประกอบด้วยฟังก์ชัน Hot Desk การใช้งานพื้นฐานดังนี้
1. ใช้เป็นพื้นที่ทำงานส่วนบุคคลแบบไม่ประจำที่
Hot Desk ช่วยให้พนักงานเลือกตำแหน่งทำงานตามตารางเข้าออฟฟิศหรือประเภทงานในแต่ละวัน เช่น เลือกนั่งใกล้เพื่อนร่วมทีมในวันที่ต้องประสานงาน หรือเลือกพื้นที่เงียบเมื่อต้องทำงานที่ใช้สมาธิ
สำนักงานจึงสามารถปรับจำนวนที่นั่งให้สัมพันธ์กับจำนวนผู้เข้าใช้งานจริงได้ อย่างไรก็ตาม ควรวิเคราะห์ข้อมูลการเข้าออฟฟิศในช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานสูง ไม่ควรพิจารณาจากจำนวนพนักงานทั้งหมดหรือค่าเฉลี่ยรายวันเพียงอย่างเดียว
2. รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้อย่างรวดเร็ว
Hot Desk ที่ดีควรช่วยให้ผู้ใช้งานนำคอมพิวเตอร์มาวาง เชื่อมต่ออุปกรณ์ และเริ่มทำงานได้โดยไม่ต้องติดตั้งใหม่ทุกครั้ง ฟังก์ชันที่พบได้บ่อย ได้แก่
- ปลั๊กไฟและช่อง USB สำหรับชาร์จอุปกรณ์
- ช่องร้อยสายไฟหรือ Cable Grommet บนหน้าโต๊ะ
- รางเก็บสายไฟใต้โต๊ะ
3. รองรับการปรับระดับหรือการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับกิจกรรม
ในสินค้าบางรุ่นที่เป็น Hot desk มีฟังก์ชันในการปรับเปลี่ยนได้ทั้งความสูงของโต๊ะได้ อีกทั้งยังมีรูปแบบที่ต่างกันออกไปให้สอดคล้องกับกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นภายในองค์กรและยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามจำนวนผู้ใช้งานอีกด้วย
4. แบ่งระดับความเป็นส่วนตัวในการทำงาน
โต๊ะบางรุ่นสามารถติดตั้งแผงกั้นแบบเตี้ยเพื่อกำหนดขอบเขตพื้นที่ ลดการรบกวนทางสายตา และช่วยให้ผู้ใช้งานมีสมาธิมากขึ้น ส่วนพื้นที่ที่เน้นการพูดคุยอาจใช้โต๊ะเปิดโดยไม่ติดแผงกั้น เพื่อให้สื่อสารกันได้สะดวก
แผงกั้นโต๊ะไม่สามารถทดแทนการออกแบบระบบควบคุมเสียงของพื้นที่ได้ทั้งหมด หากสำนักงานมีการประชุมออนไลน์หรือสนทนาบ่อย ควรจัดโซนสำหรับการโทร ห้องประชุมขนาดเล็ก หรือ Phone Booth แยกจาก Hot Desk ที่เน้นงานใช้สมาธิ
5. เชื่อมต่อกับระบบจองโต๊ะและบริหารพื้นที่
สำนักงานที่มีผู้ใช้งานจำนวนมากอาจใช้ระบบจอง Hot Desk เพื่อให้พนักงานตรวจสอบที่นั่งว่างก่อนเข้าออฟฟิศ ระบบดังกล่าวอาจแสดงตำแหน่งโต๊ะ อุปกรณ์ประจำจุด โซนการทำงาน และระยะเวลาที่สามารถจองได้
สำหรับสำนักงานขนาดเล็ก อาจใช้ตารางจองหรือระบบภายในที่ไม่ซับซ้อน แต่ควรกำหนดวิธีใช้งานให้ชัดเจน เช่น ระยะเวลาจอง การยกเลิก
ขนาดของ HOT DESK มีอะไรบ้าง?
ขนาด Hot Desk ควรสัมพันธ์กับอุปกรณ์ ลักษณะงาน และระยะเวลาที่ใช้งาน ไม่ควรเลือกจากจำนวนโต๊ะที่สามารถใส่ลงในพื้นที่ได้เพียงอย่างเดียว เพราะโต๊ะที่เล็กเกินไปอาจทำให้วางอุปกรณ์ไม่สะดวก ส่วนโต๊ะที่ใหญ่เกินความจำเป็นอาจลดจำนวนที่นั่งและทำให้ใช้พื้นที่ไม่คุ้มค่าขนาดต่อไปนี้เป็นแนวทางเบื้องต้น ไม่ใช่ข้อกำหนดตายตัว ก่อนสั่งผลิตหรือติดตั้งควรตรวจสอบขนาดอุปกรณ์ โครงสร้างโต๊ะ ระยะทางเดิน และสภาพพื้นที่จริงร่วมด้วย โดยมีขนาดที่ต่างกันดังนี้
Hot Desk ขนาดเล็ก 80–100 × 50–60 เซนติเมตร
โต๊ะขนาดเล็กเหมาะกับการใช้งานระยะสั้น เช่น เช็กอีเมล ทำงานผ่านโน้ตบุ๊กก่อนเข้าประชุม หรือใช้เป็นจุดพักทำงานระหว่างกิจกรรม พื้นที่ลักษณะนี้มักเรียกว่า Touchdown Area มากกว่าจะเป็นโต๊ะทำงานเต็มรูปแบบ
ข้อดีคือประหยัดพื้นที่และจัดวางได้หลายจุด แต่ไม่ควรใช้เป็นที่นั่งหลักสำหรับงานที่ต้องใช้จอภาพ เอกสาร หรืออุปกรณ์หลายชิ้น หากหน้าโต๊ะตื้นเกินไป ผู้ใช้งานอาจจัดระยะอุปกรณ์ได้ไม่สะดวก
Hot Desk ขนาดมาตรฐาน 120 × 60 เซนติเมตร
ขนาดนี้เหมาะกับสำนักงานที่มีพื้นที่จำกัดและผู้ใช้งานส่วนใหญ่ทำงานผ่านโน้ตบุ๊ก สามารถเพิ่มจอภาพหนึ่งจอได้หากเลือกฐานจอหรือแขนจอที่ใช้พื้นที่หน้าโต๊ะไม่มาก
ก่อนเลือกควรทดลองวางอุปกรณ์จริง เพราะฐานจอ คีย์บอร์ด เอกสาร และปลั๊กไฟอาจใช้พื้นที่มากกว่าที่เห็นจากแบบ หากมีแผงกั้นหรือรางสายไฟติดตั้งบนโต๊ะ ควรนำขนาดของส่วนประกอบเหล่านั้นมาคำนวณด้วย
Hot Desk ขนาด 140 × 70 เซนติเมตร
ขนาด 140 × 70 เซนติเมตรเป็นตัวเลือกที่ยืดหยุ่นสำหรับงานทั่วไป เพราะรองรับทั้งโน้ตบุ๊ก จอภาพ คีย์บอร์ด และเอกสารบางส่วนได้โดยไม่ทำให้หน้าโต๊ะแน่นเกินไป จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องใช้งานต่อเนื่องหลายชั่วโมง
โต๊ะขนาดนี้ยังสามารถจัดเป็นกลุ่มสำหรับทีมได้ง่าย แต่ต้องพิจารณาพื้นที่รวมของแผงกั้น รางไฟ เก้าอี้ และทางเดินรอบโต๊ะ ไม่ควรวัดเฉพาะขนาดหน้าโต๊ะแล้วนำไปคูณจำนวนที่นั่งเท่านั้น
Hot Desk ขนาด 150–160 × 75–80 เซนติเมตร
โต๊ะขนาดใหญ่เหมาะกับงานที่ใช้จอภาพสองจอ อุปกรณ์เฉพาะทาง หรือเอกสารหลายชุด เช่น งานวิเคราะห์ข้อมูล งานออกแบบ และงานจัดการโครงการ อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องจัดโต๊ะขนาดนี้ให้กับทุกตำแหน่ง
สำนักงานสามารถจัดเป็นที่นั่งเฉพาะสำหรับงานที่ต้องใช้พื้นที่มาก แล้วระบุอุปกรณ์ของแต่ละโต๊ะไว้ในระบบจอง วิธีนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานเลือกที่นั่งได้ตรงกับงาน โดยไม่เพิ่มขนาดโต๊ะทั้งสำนักงานจนเกินความจำเป็น
ควรเลือก Hot Desk แบบเดี่ยวหรือแบบโต๊ะกลุ่ม
ควรเลือกตามรูปแบบงานและระดับความยืดหยุ่นของพื้นที่ โดย Hot Desk แบบเดี่ยว เหมาะกับงานที่ต้องใช้สมาธิ ต้องการความเป็นส่วนตัว หรือสำนักงานที่ปรับเปลี่ยนผังบ่อย เพราะสามารถเคลื่อนย้ายและจัดตำแหน่งใหม่ได้ง่ายส่วน Hot Desk แบบโต๊ะกลุ่ม เหมาะกับทีมที่ต้องพูดคุยและทำงานร่วมกัน ช่วยประหยัดพื้นที่และจัดระบบปลั๊กไฟหรือสายสัญญาณส่วนกลางได้สะดวกกว่า อย่างไรก็ตาม ควรวางแผนระยะห่างระหว่างผู้ใช้งาน แผงกั้น และตำแหน่งขาโต๊ะให้เหมาะสมกับการทำงานให้แต่ละพื้นที่
ควรจัด Hot Desk ให้อยู่ใกล้พื้นที่ใด
ควรอยู่ใกล้จุดจ่ายไฟ Locker ห้องประชุม และพื้นที่สนับสนุนที่พนักงานใช้บ่อย แต่ไม่ควรวางโซนที่ต้องใช้สมาธิใกล้ Pantry ทางเข้า หรือพื้นที่สนทนาที่มีเสียงรบกวน การแบ่งโซนตามระดับเสียงจะช่วยให้ผู้ใช้งานเลือกที่นั่งได้เหมาะกับงาน ทั้งนี้การจัดพื้นที่ต้องขึ้นอยู่กับขนาดและฟังกชันอื่นๆนอกเหนือจากนี้อีกด้วย
การเลือก Hot Desk ที่เหมาะสมควรพิจารณาทั้งฟังก์ชัน ขนาดโต๊ะ อุปกรณ์ที่ใช้งาน และรูปแบบการทำงานร่วมกัน ฟังก์ชันอย่างจุดเชื่อมต่ออุปกรณ์ ระบบจัดการสายไฟ แผงกั้น และระบบจองโต๊ะ จะช่วยให้ผู้ใช้งานเริ่มทำงานได้สะดวก พร้อมเพิ่มความเป็นระเบียบและประสิทธิภาพในการบริหารพื้นที่สำนักงาน
หากต้องการทราบว่า Co-working Space ควรจัดแบ่งพื้นที่ในแต่ละขนาดอย่างไรสามารถติดตามต่อได้ที่
วิธีจัดโซนนิ่ง Co-working Space ในขนาดพื้นที่ เล็ก กลาง ใหญ่
Author
Team Marketing ABC Office Interior