ในช่วงเวลาของการทำงานหนึ่งในสิ่งที่จะช่วยสร้างบรรยากาศของการทำงานงานในยุคปัจจุบันคือ การออกแบบตกแต่งภายในที่สวยงาม ซึ่งการออกแบบในแต่ละครั้งแนวคิดการดีไซน์ในพื้นที่นั้นๆจะถูเชื่อมโยงเข้ากับ สไตล์ ที่ใช้สำหรับการออกแบบเพื่อให้เข้าถึงกับผู้ใช้งานที่เข้ามาใช้บริการ
บทความนี้ Office Hub จึงรวบรวมสไตล์ยอดนิยมที่เข้ากับการออกแบบสไตล์ Co-working Spaceให้การทำงานไม่มีความจำเจและรองรับกับความชอบหลาหหลายสไตล์ของผู้ที่สนใจดังนี้
สไตล์ หมายถึงอะไร ?
สไตล์ หมายถึง แนวทางการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับในการตกแต่ง จัดวาง เลือกวัสดุ หรือ เลือกเฟอร์นิเจอร์ เพื่อให้เกิดความสวยงามภายในพื้นที่และใช้สำหรับการสร้างความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างลูกค้าและผู้ออกแบบ สำหรับพื้นที่ภายใน Co-working Space นั้น สไตล์จัดเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการสร้างบรรยากาศให้การทำงานไม่ให้เกิดความเคร่งเครียดจนเกินไป
ทำไมสไตล์การออกแบบ Co-working Space จึงสำคัญ
สไตล์การตกแต่งช่วยกำหนดความรู้สึกแรกและสร้างภาพจำให้กับ Co-working Space ได้อย่างชัดเจน พื้นที่ที่มีแนวทางการออกแบบสอดคล้องกัน ตั้งแต่สี วัสดุ เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงแสงสว่าง จะช่วยให้สถานที่ดูเป็นมืออาชีพและมีเอกลักษณ์มากขึ้นทำให้เกิดเป็นความสวยงามภายใน เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศในจุดต่างๆของพื่นที่ไม่ให้น่าเบื้อและรองรับการใช้งานให้สะดวกสบาย
การเลือกสไตล์ให้เหมาะกับ Co-Working Space ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง
การเลือกสไตล์ Co-working Spaceไม่ควรเริ่มจากภาพตัวอย่างที่ชอบเพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจกลุ่มผู้ใช้งานและกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นภายในพื้นที่ หากมีผู้ใช้งานหลายกลุ่ม ไม่จำเป็นต้องใช้สไตล์เดียวกับทุกบริเวณ แต่สามารถกำหนดสไตล์หลักแล้วปรับบรรยากาศของแต่ละโซนให้เหมาะสม โดยสิ่งที่ต้องคำนึงในการเลือกสไตล์มีดังนี้
Tips for Choosing Style In Co-Working Space
5 เทรนการออกแบบ Co-Working Space
1. Modern Style
Modern Style เป็นหนึ่งในสไตล์ยอดนิยมสำหรับ Co-working Space เพราะให้ภาพลักษณ์ทันสมัย เป็นระเบียบ และสามารถปรับให้เข้ากับแบรนด์ได้ง่าย การออกแบบมักใช้เส้นสายที่เรียบตรง รูปทรงเรขาคณิต และเฟอร์นิเจอร์ที่มีรายละเอียดไม่ซับซ้อนโทนสีที่พบได้บ่อย ได้แก่ สีขาว เทา ดำ น้ำเงิน หรือสีที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแบรนด์ [1]
2. Minimal Style
Minimal Style ให้ความสำคัญกับความเรียบง่ายและการเลือกใช้เฉพาะองค์ประกอบที่จำเป็น ภายในพื้นที่มักใช้สีขาว สีครีม สีเทาอ่อน หรือโทนธรรมชาติ พร้อมเฟอร์นิเจอร์ที่มีรูปทรงสะอาดตาและไม่ตกแต่งมากเกินไป
3. Industrial Style
Industrial Style ได้รับแรงบันดาลใจจากโรงงาน โกดัง และอาคารที่เปิดเผยโครงสร้างเดิม ลักษณะเด่นคือการใช้วัสดุอย่างเหล็ก คอนกรีต อิฐ และไม้ รวมถึงการเปิดให้เห็นงานระบบหรือโครงสร้างบางส่วนแทนการปิดซ่อนทั้งหมดสไตล์นี้เหมาะกับ Co-working Space ที่ต้องการภาพลักษณ์สร้างสรรค์ ไม่เป็นทางการ และแตกต่างจากสำนักงานทั่วไป โดยเฉพาะพื้นที่ที่ดัดแปลงมาจากอาคารเดิมหรือมีเพดานสูง เพราะสามารถนำลักษณะของอาคารมาเป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบได้
4. Biophilic Style
Biophilic Style เป็นแนวทางการออกแบบที่นำองค์ประกอบและความรู้สึกจากธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ ไม่ได้จำกัดเฉพาะการวางต้นไม้ แต่ยังรวมถึงการใช้แสงธรรมชาติ วัสดุไม้ สีเอิร์ธโทน รูปทรงที่เป็นธรรมชาติ และการเปิดมุมมองออกสู่พื้นที่ภายนอกสำหรับ Co-working Space สไตล์นี้สามารถสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นมิตร
5. Scandinavian Style
Scandinavian Style ผสมผสานความเรียบง่ายเข้ากับความอบอุ่น โดยมักใช้สีขาว สีครีม สีเทาอ่อน และไม้โทนสว่าง เฟอร์นิเจอร์มีรูปทรงเรียบแต่ให้ความรู้สึกสบาย ไม่เป็นทางการจนเกินไปเมื่อใช้กับ Co-working Space สไตล์นี้จะช่วยสร้างบรรยากาศคล้ายพื้นที่ทำงานที่เป็นมิตรและเข้าถึงง่าย เหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน รวมถึงพื้นที่ส่วนกลาง คาเฟ่ มุมพักผ่อน และบริเวณสำหรับพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ตารางเปรียบเทียบสไตล์ Co-working Space
การออกแบบอื่นๆที่ส่งเสริมบรรยากาศใน Co-Working Space
สิ่งที่ต้องออกแบบร่วมกับการเลือกสไตล์นั้นจะต้องมีปัจจัยอื่นๆที่ช่วยส่งเสริมด้านความสวยงามควบคู่ไปกับการสร้างประสิทธิภาพให้ผู้เข้าใช้บริการโดยสามารถอาศัยการออกแบบในด้านอื่นๆได้ดังนี้
การแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน
การจัดการพื้นที่การทำงานให้ใช้งานได้สะดวกและเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นโซนที่ต้องใช้ความคิด หรือโซนที่ต้องใช้สำหรับการพูดคุยพบปะกับเมื่อจัดสรรพื้นที่เหล่านี้ลงตัวจะทำให้เส้นทางสัญจรระหว่างพื้นที่ใช้เสียงกับพื้นที่งดใช้เสียงไม่ปนกันทำให้สามารถสร้างความสะดวกให้กับการใช้งานทั้งสองฟั่ง
การเลือกสีในการออกแบบ
การเลือกใช้สีที่สามารถใช้ในการสร้างจุดเด่นของพื้นที่ได้แล้ว ยังสามารถนำ ทฤษฎี ของสีโทนต่างๆมาใช้สำหรับการสร้างความรู้สึกของสถาณที่ได้มากขึ้น เช่น สีขาว สีครีม สีฟ้าอ่อน หรือสีเขียวอ่อน ซึ่งช่วยสร้างความรู้สึกสงบและมีสมาธิได้ดี
การจัดการแสงสว่าง
แสงสว่างนั้นค่อนข้างจำเป็นมากสำหรับพื้นที่การทำงาน เพราะนอกจากจะสามารถช่วยส่งเสริมสไตล์ในการออกแบบสร้างบรรยากาศในพื้นที่ได้แล้ว ยังสามารถเป็นตัวช่วยลดอาการเมื่อยล้าทางสายตา หรือจะมาสารถออกแบบให้สามารถดึงแสงธรรมชาติเข้ามาใช้ให้พื้นที่ได้อีกด้วย (ควรเลือกหลอดไฟที่มีสีอุณหภูมิประมาณ 4000K-5000K หรือคูลไวท์ (Cool White) โทนเหลืองอมขาว ซึ่งเป็นสีโทนที่เหมือนกับแสงที่ได้จากธรรมชาติ) [2]
การเลือกวัสดุมีผลต่อ บรรยากาศภายใน Co-working Space หรือไม่
วัสดุค่อนข้างมีผลอย่างมากในการออกแบบ Co-working Space ในแต่ละสไตล์ เพราะสี พื้นผิว และคุณสมบัติของวัสดุช่วยกำหนดทั้งภาพลักษณ์ ความรู้สึก และความสบายในการใช้งาน เช่น ไม้ให้ความรู้สึกอบอุ่น กระจกช่วยให้พื้นที่ดูโปร่ง ส่วนโลหะและคอนกรีตสร้างบรรยากาศแบบ Industrial ที่ทันสมัยและมีเอกลักษณ์ อย่างไรก็ตามนอกจากความสวยงาม ควรพิจารณาความทนทาน การดูแลรักษา และการควบคุมเสียงด้วย
FAQ : คำถามที่พบบ่อย




