สไตล์ Co-working Space

วันที่โพส :  27 / 7 /2026

วันที่อัปเดต : 13 / 8 / 2026

ในช่วงเวลาของการทำงานหนึ่งในสิ่งที่จะช่วยสร้างบรรยากาศของการทำงานงานในยุคปัจจุบันคือ การออกแบบตกแต่งภายในที่สวยงาม ซึ่งการออกแบบในแต่ละครั้งแนวคิดการดีไซน์ในพื้นที่นั้นๆจะถูเชื่อมโยงเข้ากับ สไตล์ ที่ใช้สำหรับการออกแบบเพื่อให้เข้าถึงกับผู้ใช้งานที่เข้ามาใช้บริการ

บทความนี้ Office Hub จึงรวบรวมสไตล์ยอดนิยมที่เข้ากับการออกแบบสไตล์ Co-working Spaceให้การทำงานไม่มีความจำเจและรองรับกับความชอบหลาหหลายสไตล์ของผู้ที่สนใจดังนี้

สารบัญ

สไตล์ หมายถึงอะไร ?

สไตล์ หมายถึง แนวทางการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับในการตกแต่ง จัดวาง เลือกวัสดุ หรือ เลือกเฟอร์นิเจอร์ เพื่อให้เกิดความสวยงามภายในพื้นที่และใช้สำหรับการสร้างความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างลูกค้าและผู้ออกแบบ สำหรับพื้นที่ภายใน Co-working Space นั้น สไตล์จัดเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการสร้างบรรยากาศให้การทำงานไม่ให้เกิดความเคร่งเครียดจนเกินไป

ทำไมสไตล์การออกแบบ Co-working Space จึงสำคัญ

สไตล์การตกแต่งช่วยกำหนดความรู้สึกแรกและสร้างภาพจำให้กับ Co-working Space ได้อย่างชัดเจน พื้นที่ที่มีแนวทางการออกแบบสอดคล้องกัน ตั้งแต่สี วัสดุ เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงแสงสว่าง จะช่วยให้สถานที่ดูเป็นมืออาชีพและมีเอกลักษณ์มากขึ้นทำให้เกิดเป็นความสวยงามภายใน เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศในจุดต่างๆของพื่นที่ไม่ให้น่าเบื้อและรองรับการใช้งานให้สะดวกสบาย

การเลือกสไตล์ให้เหมาะกับ Co-Working Space ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง

การเลือกสไตล์ Co-working Spaceไม่ควรเริ่มจากภาพตัวอย่างที่ชอบเพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจกลุ่มผู้ใช้งานและกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นภายในพื้นที่ หากมีผู้ใช้งานหลายกลุ่ม ไม่จำเป็นต้องใช้สไตล์เดียวกับทุกบริเวณ แต่สามารถกำหนดสไตล์หลักแล้วปรับบรรยากาศของแต่ละโซนให้เหมาะสม โดยสิ่งที่ต้องคำนึงในการเลือกสไตล์มีดังนี้

✔️   กลุ่มผู้ใช้งาน

✔️   รูปแบบของพื้นที่

✔️   ความยืดหยุ่นของพื้นที่

✔️   ภาพลักษณ์ของแบรนด์

✔️   วัสดุ และ เฟอร์นิเจอร์

✔️   บรรยากาศช่วยกระตุ้นการทำงาน

✔️   งบประมาณ

Tips for Choosing Style In Co-Working Space

Co-working space isometric

5 เทรนการออกแบบ Co-Working Space

1. Modern Style

Modern Style เป็นหนึ่งในสไตล์ยอดนิยมสำหรับ Co-working Space เพราะให้ภาพลักษณ์ทันสมัย เป็นระเบียบ และสามารถปรับให้เข้ากับแบรนด์ได้ง่าย การออกแบบมักใช้เส้นสายที่เรียบตรง รูปทรงเรขาคณิต และเฟอร์นิเจอร์ที่มีรายละเอียดไม่ซับซ้อนโทนสีที่พบได้บ่อย ได้แก่ สีขาว เทา ดำ น้ำเงิน หรือสีที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแบรนด์ [1]

Modern style

2. Minimal Style

Minimal Style ให้ความสำคัญกับความเรียบง่ายและการเลือกใช้เฉพาะองค์ประกอบที่จำเป็น ภายในพื้นที่มักใช้สีขาว สีครีม สีเทาอ่อน หรือโทนธรรมชาติ พร้อมเฟอร์นิเจอร์ที่มีรูปทรงสะอาดตาและไม่ตกแต่งมากเกินไป

Minimal style

3. Industrial Style

Industrial Style ได้รับแรงบันดาลใจจากโรงงาน โกดัง และอาคารที่เปิดเผยโครงสร้างเดิม ลักษณะเด่นคือการใช้วัสดุอย่างเหล็ก คอนกรีต อิฐ และไม้ รวมถึงการเปิดให้เห็นงานระบบหรือโครงสร้างบางส่วนแทนการปิดซ่อนทั้งหมดสไตล์นี้เหมาะกับ Co-working Space ที่ต้องการภาพลักษณ์สร้างสรรค์ ไม่เป็นทางการ และแตกต่างจากสำนักงานทั่วไป โดยเฉพาะพื้นที่ที่ดัดแปลงมาจากอาคารเดิมหรือมีเพดานสูง เพราะสามารถนำลักษณะของอาคารมาเป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบได้

Industrial style

4. Biophilic Style

Biophilic Style เป็นแนวทางการออกแบบที่นำองค์ประกอบและความรู้สึกจากธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ ไม่ได้จำกัดเฉพาะการวางต้นไม้ แต่ยังรวมถึงการใช้แสงธรรมชาติ วัสดุไม้ สีเอิร์ธโทน รูปทรงที่เป็นธรรมชาติ และการเปิดมุมมองออกสู่พื้นที่ภายนอกสำหรับ Co-working Space สไตล์นี้สามารถสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นมิตร

Biophilic style

5. Scandinavian Style

Scandinavian Style ผสมผสานความเรียบง่ายเข้ากับความอบอุ่น โดยมักใช้สีขาว สีครีม สีเทาอ่อน และไม้โทนสว่าง เฟอร์นิเจอร์มีรูปทรงเรียบแต่ให้ความรู้สึกสบาย ไม่เป็นทางการจนเกินไปเมื่อใช้กับ Co-working Space สไตล์นี้จะช่วยสร้างบรรยากาศคล้ายพื้นที่ทำงานที่เป็นมิตรและเข้าถึงง่าย เหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน รวมถึงพื้นที่ส่วนกลาง คาเฟ่ มุมพักผ่อน และบริเวณสำหรับพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

Scandinavian style

ตารางเปรียบเทียบสไตล์ Co-working Space 

สไตล์ลักษณะเด่นเหมาะกับพื้นที่แบบใด
Modernทันสมัย เรียบ และคล่องตัวย่านธุรกิจ สตาร์ตอัป และลูกค้าองค์กร
Minimalสงบ เป็นระเบียบ และลดสิ่งรบกวนพื้นที่ขนาดเล็กหรือโซนทำงานที่ต้องการสมาธิ
Industrialดิบเท่ สร้างสรรค์ และมีเอกลักษณ์อาคารรีโนเวต สตูดิโอ และธุรกิจสร้างสรรค์
Biophilicเชื่อมโยงกับธรรมชาติและให้ความรู้สึกผ่อนคลายธุรกิจสุขภาพ งานสร้างสรรค์ และพื้นที่ชุมชน
Scandinavianอบอุ่น สว่าง และเข้าถึงง่ายพื้นที่ทำงานร่วมกัน คาเฟ่ และมุมพักผ่อน

การออกแบบอื่นๆที่ส่งเสริมบรรยากาศใน Co-Working Space

สิ่งที่ต้องออกแบบร่วมกับการเลือกสไตล์นั้นจะต้องมีปัจจัยอื่นๆที่ช่วยส่งเสริมด้านความสวยงามควบคู่ไปกับการสร้างประสิทธิภาพให้ผู้เข้าใช้บริการโดยสามารถอาศัยการออกแบบในด้านอื่นๆได้ดังนี้

การแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน

การจัดการพื้นที่การทำงานให้ใช้งานได้สะดวกและเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นโซนที่ต้องใช้ความคิด หรือโซนที่ต้องใช้สำหรับการพูดคุยพบปะกับเมื่อจัดสรรพื้นที่เหล่านี้ลงตัวจะทำให้เส้นทางสัญจรระหว่างพื้นที่ใช้เสียงกับพื้นที่งดใช้เสียงไม่ปนกันทำให้สามารถสร้างความสะดวกให้กับการใช้งานทั้งสองฟั่ง

การเลือกสีในการออกแบบ

การเลือกใช้สีที่สามารถใช้ในการสร้างจุดเด่นของพื้นที่ได้แล้ว ยังสามารถนำ ทฤษฎี ของสีโทนต่างๆมาใช้สำหรับการสร้างความรู้สึกของสถาณที่ได้มากขึ้น เช่น สีขาว สีครีม สีฟ้าอ่อน หรือสีเขียวอ่อน ซึ่งช่วยสร้างความรู้สึกสงบและมีสมาธิได้ดี

การจัดการแสงสว่าง

แสงสว่างนั้นค่อนข้างจำเป็นมากสำหรับพื้นที่การทำงาน เพราะนอกจากจะสามารถช่วยส่งเสริมสไตล์ในการออกแบบสร้างบรรยากาศในพื้นที่ได้แล้ว ยังสามารถเป็นตัวช่วยลดอาการเมื่อยล้าทางสายตา หรือจะมาสารถออกแบบให้สามารถดึงแสงธรรมชาติเข้ามาใช้ให้พื้นที่ได้อีกด้วย (ควรเลือกหลอดไฟที่มีสีอุณหภูมิประมาณ 4000K-5000K หรือคูลไวท์ (Cool White) โทนเหลืองอมขาว ซึ่งเป็นสีโทนที่เหมือนกับแสงที่ได้จากธรรมชาติ) [2]

การเลือกวัสดุมีผลต่อ บรรยากาศภายใน Co-working Space หรือไม่

วัสดุค่อนข้างมีผลอย่างมากในการออกแบบ Co-working Space ในแต่ละสไตล์ เพราะสี พื้นผิว และคุณสมบัติของวัสดุช่วยกำหนดทั้งภาพลักษณ์ ความรู้สึก และความสบายในการใช้งาน เช่น ไม้ให้ความรู้สึกอบอุ่น กระจกช่วยให้พื้นที่ดูโปร่ง ส่วนโลหะและคอนกรีตสร้างบรรยากาศแบบ Industrial ที่ทันสมัยและมีเอกลักษณ์ อย่างไรก็ตามนอกจากความสวยงาม ควรพิจารณาความทนทาน การดูแลรักษา และการควบคุมเสียงด้วย

FAQ : คำถามที่พบบ่อย  

Co-working Space ขนาดเล็กควรเลือกสไตล์ใดเพื่อไม่ให้พื้นที่ดูแคบ

Minimal, Modern และ Scandinavian เป็นตัวเลือกที่เหมาะ เพราะใช้เส้นสายเรียบและโทนสีอ่อนซึ่งช่วยให้พื้นที่ดูไม่ซับซ้อน ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ขนาดพอดี ลดของตกแต่งที่ไม่จำเป็น และใช้พื้นที่แนวตั้งสำหรับจัดเก็บของเพิ่มเติม

สามารถทำได้ โดยควรกำหนดสไตล์หลักหนึ่งสไตล์ และใช้สไตล์อื่นเป็นส่วนเสริมในบางโซน เพื่อให้พื้นที่ไม่ดูแยกส่วน ควรใช้ชุดสี วัสดุ หรืองานกราฟิกที่มีความเชื่อมโยงกันตลอดทั้งโครงการ

สามารถใช้ได้ แต่ต้องวางแผนด้านเสียงควบคู่กับการออกแบบ เนื่องจากวัสดุแข็งและพื้นที่เปิดอาจทำให้เสียงกระจาย ควรเพิ่มพรม ม่าน เฟอร์นิเจอร์บุผ้า หรือวัสดุตกแต่งที่ช่วยลดเสียง พร้อมแยกโซนสนทนาออกจากพื้นที่ทำงานเงียบ

สรุป

Modern, Minimal, Industrial, Biophilic และ Scandinavian ต่างมีจุดเด่นที่สามารถนำมาใช้สร้างเอกลักษณ์ให้กับ Co-working Space ได้ การเลือกสไตล์ที่เหมาะสมควรพิจารณากลุ่มผู้ใช้งาน ลักษณะกิจกรรม ภาพลักษณ์ของแบรนด์ และการดูแลพื้นที่ในระยะยาวควบคู่กัน

หากคุณต้องการทำความเข้าใจพื้นฐานก่อนเริ่มวางแนวทางการออกแบบ บทความเรื่อง Co-working Space คืออะไร จะช่วยอธิบายลักษณะของพื้นที่ รูปแบบการใช้งาน และองค์ประกอบที่ควรมีภายใน Co-working Space ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น Co-working Space คืออะไร? พร้อม 10 ฟังก์ชันที่สำคัญ

Author

Team Marketing ABC Office Interior

ABC Office Interior 
แหล่งอ้างอิง

[1] Modernform, 5 สไตล์การตกแต่ง Co-Working Space ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ใช้งาน ,https://www.modernform.co.th/editorial/tips-and-tricks/inspiring-co-working-space-decor-ideas,สืบค้นเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2569

[2] Meladeco , ไอเดียตกแต่ง Co-Working Space เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน , https://meladeco.co.th/co-working-space/ , สืบค้นเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569

 

ผู้ตรวจสอบ : คำแนะนำจากประสบการณ์ด้านการออกแบบพื้นที่สำนักงาน ตรวจสอบโดยทีมออกแบบภายใน (Interior Designer) จาก ABC Office Interior เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2569

Office Hub Author Box
  • บทความของ Office HUB ถูกเขียนขึ้นโดย ทีม Marketing จากบริษัท ABC Office Interior ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการมามากกว่า 10 ปี มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบตกแต่งภายใน และมีประสบการณ์มากมายในโครงการออกแบบภายใน และ รีโนเวท ออฟฟิศแบบครบวงจร ในรูปแบบต่างๆตามความต้องการของผู้ใช้งาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *