Task Chair คือเก้าอี้ที่ออกแบบมาสำหรับการนั่งทำงานเป็นหลัก โดยสามารถปรับส่วนต่าง ๆ ให้เข้ากับรูปร่าง ท่านั่ง โต๊ะ และลักษณะการใช้งานของแต่ละคนได้ การเลือก Task Chair ที่เหมาะสมจึงไม่ควรพิจารณาเพียงรูปลักษณ์หรือความนุ่มของเบาะ แต่ต้องทดลองว่าพนักพิง เบาะนั่ง และที่วางแขนรองรับร่างกายได้จริงหรือไม่
เก้าอี้ที่เหมาะสมควรช่วยให้ผู้ใช้นั่งโดยวางเท้าบนพื้นได้เต็มฝ่าเท้า หลังส่วนล่างมีที่รองรับ และหัวไหล่อยู่ในท่าผ่อนคลาย อย่างไรก็ตาม ไม่มีเก้าอี้รุ่นใดที่เหมาะกับทุกคน การปรับเก้าอี้ให้เข้ากับผู้ใช้และพื้นที่ทำงานจึงสำคัญพอ ๆ กับคุณสมบัติของเก้าอี้
ในบทความนี้ Office Hub จะอธิบาย จะอธิบายเกี่ยวกับเทคนิคการเลือก Task Chair อย่างไรให้นั่งสบายที่สุดดังนี้
Task Chair คืออะไร และแตกต่างจากเก้าอี้ทั่วไปอย่างไร
ความแตกต่างระหว่าง Task Chair และ เก้าอี้ปกติมีดังนี้
เก้าอี้ทั่วไป
Task Chair
การเลือก Task Chair ต้องพิจารณาอะไรบ้าง
การเลือก Task Chair นั้นสามารถเลือกได้ตามความสะดวกและตามความเหมาะสมของพื้นที่โดยมีสิ่งที่ควรจะต้องพิจารณาโดยนอกจากความสวยงามที่มีดีไซน์เข้ากันในสำนักงานแล้วควรที่จะต้องคำนึงถึงข้อควรพิจารณาที่ทำให้สามารถช่วยเลือกได้ง่ายขึ้นดังนี้ [1]
การเลือก Task Chair ต้องพิจารณาอะไรบ้าง
1. ความสูงของเบาะนั่ง
ความสูงของเบาะควรปรับได้จนผู้ใช้นั่งแล้ววางเท้าราบบนพื้นหรือที่พักเท้าได้ โดยต้นขาอยู่ในแนวใกล้เคียงขนานกับพื้นและไม่รู้สึกว่าขอบเบาะกดบริเวณใต้เข่า หากปรับเก้าอี้ให้เหมาะกับโต๊ะแล้วเท้าลอย ควรใช้ที่พักเท้าเสริมแทนการปล่อยให้ขาห้อย
2. ความลึกและความกว้างของเบาะ
เบาะควรรองรับต้นขาได้เพียงพอ แต่ไม่ลึกจนขอบเบาะชนหรือกดข้อพับด้านหลังเข่า เมื่อผู้ใช้นั่งพิงพนักเต็มหลังควรยังเหลือพื้นที่ระหว่างขอบเบาะกับหลังเข่าเล็กน้อยสำหรับสำนักงานที่มีพนักงานหลายรูปร่าง ควรพิจารณารุ่นที่ปรับความลึกของเบาะได้ ฟังก์ชันนี้ช่วยให้ผู้ใช้ตัวเล็กนั่งพิงพนักได้โดยไม่ถูกขอบเบาะกดขา ขณะเดียวกันก็ช่วยรองรับต้นขาของผู้ใช้รูปร่างสูงได้เหมาะสมขึ้น
3. พนักพิงและการรองรับหลังส่วนล่าง
พนักพิงควรรองรับแนวโค้งตามธรรมชาติของหลัง โดยเฉพาะบริเวณเอวหรือ Lumbar Support จุดรองรับควรสัมผัสกับหลังส่วนล่างจริง ไม่อยู่สูงหรือต่ำเกินไป และไม่ดันแรงจนผู้ใช้นั่งไม่สบายถ้าเป็นไปได้ ควรเลือกพนักพิงที่ปรับความสูงหรือระดับ Lumbar Support ได้ รวมถึงสามารถเอนตามการเคลื่อนไหวของผู้ใช้ OSHA แนะนำว่าพนักพิงควรปรับได้ รองรับหลังในท่านั่งหลายรูปแบบ และมีแรงต้านที่เหมาะสมขณะเอน
4. ที่วางแขน
ที่วางแขนควรช่วยประคองแขนโดยไม่ทำให้ผู้ใช้งานยกไหล่ กางศอกมากเกินไป หรือเอื้อมมือไปหาแป้นพิมพ์ หากปรับต่ำเกินไป ผู้ใช้อาจไม่ได้รับการรองรับ แต่ถ้าสูงเกินไปอาจทำให้หัวไหล่เกร็งสำหรับงานคอมพิวเตอร์ ควรเลือกรุ่นที่ปรับความสูงของที่วางแขนได้ ส่วนการปรับเข้า–ออก หน้า–หลัง หรือปรับมุมอาจมีประโยชน์กับผู้ที่ใช้เมาส์เป็นเวลานานหรือสลับอุปกรณ์หลายประเภท
5. ระบบเอนและแรงต้านของพนักพิง
ระบบเอนที่เหมาะสมช่วยให้ผู้ใช้เปลี่ยนท่าระหว่างทำงาน โดยพนักพิงและเบาะควรเคลื่อนไหวอย่างมั่นคง ไม่กระตุกหรือเอนเร็วเกินไป เก้าอี้บางรุ่นสามารถปรับแรงต้านตามน้ำหนักผู้ใช้ ขณะที่บางรุ่นต้องตั้งค่าด้วยตนเองเมื่อลองนั่ง ให้เอนหลังหลายระดับและตรวจสอบว่าพนักพิงยังรองรับหลังอยู่หรือไม่ หากต้องออกแรงต้านมากเกินไป ผู้ใช้อาจไม่ได้ใช้ฟังก์ชันนี้จริง แต่หากพนักพิงเบาเกินไปก็อาจรู้สึกไม่มั่นคง
6. ฐาน ล้อ และโครงสร้าง
ฐานเก้าอี้ควรมีความมั่นคงและสัมพันธ์กับน้ำหนักที่ผู้ผลิตกำหนด ล้อควรเหมาะกับพื้น เช่น พรม กระเบื้อง ไวนิล หรือลามิเนต เพราะล้อที่ไม่เหมาะสมอาจเคลื่อนที่ยาก เคลื่อนเร็วเกินไป หรือทำให้พื้นเสียหายได้ควรทดลองหมุน เลื่อน และลุกนั่งเพื่อดูว่าเก้าอี้ทรงตัวได้ดีหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบเสียง ความแน่นของชิ้นส่วน และการรับประกันกลไกต่าง ๆ โดยเฉพาะหากนำไปใช้ในสำนักงานที่มีการใช้งานหลายชั่วโมงต่อวัน
เลือก Task Chair ให้เหมาะกับลักษณะงานและผู้ใช้งาน
การทดลองเพียงไม่กี่วินาทีอาจบอกได้แค่ว่าเบาะนุ่มหรือแข็ง แต่ยังไม่เพียงพอสำหรับประเมินการรองรับระหว่างทำงาน ควรตั้งค่าทุกส่วนให้เหมาะกับร่างกายก่อน แล้วทดลองในท่าที่ใกล้เคียงกับการใช้งานจริงเริ่มจากปรับระดับเบาะให้เท้าวางมั่นคง จากนั้นนั่งให้สะโพกชิดพนักพิงและปรับส่วนรองรับเอว ต่อด้วยการปรับที่วางแขนให้หัวไหล่ผ่อนคลาย แล้วจึงทดลองพิมพ์ ใช้เมาส์ เอนหลัง และลุกนั่ง
การปรับโต๊ะและอุปกรณ์ให้สัมพันธ์กับเก้าอี้
แม้จะเลือก Task Chair ที่รองรับสรีระได้ดี แต่หากโต๊ะสูงเกินไป จออยู่ต่ำ หรือแป้นพิมพ์อยู่ไกล ผู้ใช้อาจยังต้องยกไหล่ โน้มตัว หรือก้มคอระหว่างทำงาน ความสบายจึงเกิดจากการจัด Workstation ทั้งชุด ไม่ใช่เก้าอี้เพียงตัวเดียวควรวางแป้นพิมพ์และเมาส์ในตำแหน่งที่แขนเข้าถึงได้โดยไม่ต้องเอื้อม รักษาข้อมือให้อยู่ในแนวตรง และจัดจอไว้ตรงหน้า แนะนำให้วางจอห่างประมาณหนึ่งช่วงแขน โดยขอบด้านบนของจออยู่ระดับเดียวกับหรือต่ำกว่าสายตาเล็กน้อย ทั้งนี้ต้องปรับตามการมองเห็นและอุปกรณ์ของแต่ละคน
FAQ : คำถามที่พบบ่อย




